จำนอง,จำนองบ้าน,รับจำนอง,ขายฝาก,รับซื้อ,ฝากขาย,ไถ่ถอน,รับจำนองบ้าน,รับขายฝากบ้าน,ขายฝากที่ดิน,คอนโดฯ,ทาวน์เฮาส์,บ้านเดียว,อาคารพาณิชย์,อพาร์ทเม้นท์
คู่มือฟื้นฟูบ้านหลังน้ำท่วม ที่ทุกคนต้องมี
เขียนโดยคุณยอดเยี่ยม เทพธรานนท์ที่มา:ธ.กสิกรไทย
จากวิกฤตมหาอุทกภัยที่เกิดขึ้นในประเทศไทย ทำให้เกิดน้ำท่วมในบริเวณต่างๆ ส่งผลกระทบต่อชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนเป็นอย่างมากจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นสิ่งหนึ่งที่ไม่เคยเลือนหายไปจากสังคมไทย คือ น้ำใจไทย...เกื้อกูลไทย ความช่วยเหลือจากคนไทย จากหลากหลายถิ่นฐาน จากหลากหลายหน่วยงาน ที่มอบให้แก่ผู้ประสบปัญหาอุทกภัยน้ำท่วม ไม่ว่าจะเป็น การเตรียมความพร้อมรับมืออุทกภัยในท้องที่เฝ้าระวัง หรือการช่วยเหลือเยียวยาผู้ประสบอุทกภัยแล้วก็ตามเครือธนาคารกสิกรไทย ขอร่วมเป็นส่วนหนึ่งของ น้ำใจไทย...เกื้อกูลไทย ช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย ในครั้งนี้ ไม่ว่าจะเป็นถุงยังชีพกสิกรไทย, ศูนย์พักพิงผู้ประสบอุทกภัย และ คู่มือฟื้นฟูบ้านหลังน้ำท่วม ที่ทุกคนต้องมี เล่มนี้ ที่ได้รวบรวมบัญญัติ 21 ประการซ่อมบ้านหลังน้ำท่วมและบัญญัติ 20 ประการเตรียมบ้านก่อนน้ำท่วม ข้อปฏิบัติง่ายๆ ที่ผู้อ่านสามารถนำไปปฏิบัติได้เอง ทุกขั้นตอนตั้งแต่ บ้านก่อนน้ำท่วมจนถึงซ่อมแซมบ้านหลังน้ำลด โดยได้รับความอนุเคราะห์จากมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์และคุณยอดเยี่ยม เทพธรานนท์ กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิประจำคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ซึ่งได้ปรับปรุงเนื้อหาจากหนังสือ บ้านหลังน้ำท่วมที่ท่านได้เรียบเรียงไว้เมื่อครั้งเกิดวิกฤตน้ำท่วมทั่วประเทศไทยเมื่อปี พ.ศ. 2538ให้ทันเหตุการณ์จนกลายเป็น บัญญัติ 21 ประการ ซ่อมบ้านหลังน้ำลดและเพิ่มเติม บัญญัติ 20 ประการ เตรียมบ้านก่อนน้ำท่วม ให้เนื้อหามีความครบถ้วนสมบูรณ์เครือธนาคารกสิกรไทย หวังเป็นอย่างยิ่งว่า หนังสือคู่มือเล่มนี้ จะเป็นส่วนหนึ่งที่จะช่วยให้ผู้ที่กำลังเตรียมพร้อมรับมือน้ำท่วมและผู้ที่ประสบสารพันปัญหาจากเรื่องน้ำท่วมบ้านแล้ว สามารถจัดการกับสารพันปัญหาต่างๆที่เกิดขึ้นได้อย่างเป็นระบบและปลอดภัย กลับมามีชีวิตปกติสุขเช่นเดิมเครือธนาคารกสิกรไทย
บัญญัติ 21 ประการซ่อมบ้านหลังน้ำท่วม
1. น้ำท่วมแล้ว น้ำลดแล้ว บ้านมีปัญหา เริ่มต้นที่ไหนดีความทุกข์ยากลำบากฉากแรกเพิ่งกำลังจะผ่านไปหลังน้ำลดแต่ความทุกข์ใหม่ กำลังเข้ามาแทนที่ เพราะสภาพ ของบ้าน อันถือว่าเป็นหนึ่งในปัจจัย 4 ของเรา มีสภาพที่น่าอึดอัด น่าอันตรายและเป็นรอยแผลที่หลายคน อยากจะเมินหน้าหนีหากคิดจะแก้ปัญหาบ้านหลังน้ำท่วม เพื่อชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีกว่าและปลอดภัยกว่าปัจจุบัน (แม้ไม่สามารถจะเปรียบเทียบเท่ากับอดีต) แนะนำในฐานะลูกหลาน พี่น้อง ว่าน่าจะเริ่มต้นดังนี้1. อย่าซีเรียสว่า ทำไมน้ำถึงท่วม ราชการหรือรัฐบาลไปอยู่ที่ไหนเพื่อนๆ ในถิ่นอื่นทำไมบ้านเขาน้ำไม่ท่วม ฯลฯ เพราะนั่นไม่ใช่แนวทางแก้ปัญหา บ้านหลังน้ำท่วม ที่เรากำลังจะคุยกันในบันทึกนี้2. ทำการตรวจสอบด้วยจิตอันนิ่งๆ ว่า บ้านเราเกิดปัญหาใดเพิ่มขึ้นบ้าง เมื่อเปรียบเทียบกับก่อนน้ำท่วม เช่น รั้วเอียง ปาร์เกต์ล่อนแมลงสาบหายไปไหน ค่าไฟเพิ่ม ฯลฯ และ ทำบันทึกไว้เป็นข้อๆ ให้อ่านง่ายจดจำง่าย (ภาษาฝรั่งเขาเรียกว่าทำ Check List)3. ถามตนเองว่าสภาพการเงินเราเป็นอย่างไร มีเงินจะใช้สำหรับการซ่อมแซมเท่าไร (รวมถึงการกู้ยืมแหล่งอื่น แต่ไม่รวมการโกงบ้านกินเมือง) จะได้วางแนวทางการจ่ายเงินอย่างมีขีดจำกัด และมีความเป็นไปได้4. เปิดบันทึกนี้อ่านให้จบ อย่าโกรธหากบางตอนของบันทึกนี้มีรูปตลกเกินไป หรือเขียนแบบสบายๆ เกินไปบ้างในบางประโยคครับ 2. น้ำไม่ท่วมบ้าน แต่ท่วมถนนซอยหนา้บา้น ต้องทำอะไรมั้ย หนอน้ำไม่ท่วมตัวบ้าน หรือแม้แต่บริเวณสนามหญ้าในบ้านแต่ท่วมที่ถนนหน้าบ้านอย่างเป็นเรื่องเป็นราว ก็ไม่น่าจะวางใจนักเพราะส่วนที่บ้านเรากับทางสาธารณะ จะต้องเชื่อมประสานกันมากที่สุดและเรามักจะมองข้ามไปก็คือ ท่อระบายน้ำ ที่ถ่ายเทน้ำจากบ้านเรา ระบายออกสู่ท่อระบายน้ำของหลวงในยามที่น้ำท่วมทางสาธารณะ แน่นอนน้ำจะต้องท่วมท่อระบายน้ำของหลวงท่านด้วย น้ำในบ้านเราก็เลยไม่ระบายออก แถมในทางกลับกัน น้ำในท่อระบายน้ำสาธารณะ อาจจะไหลกลับเข้าสู่บ้านเราได้เมื่อมีการไหลกลับเช่นที่ว่า นอกจากจะพาเอาน้ำเข้ามาแล้วยังน่าจะพาเอาเศษดินโคลนต่างๆ เข้ามาด้วย เมื่อน้ำค่อยๆ ลดลงเศษดิน โคลน ก็จะกองติดอยู่ในท่อระบายน้ำบ้านเรา ท่อระบายน้ำบ้านเราที่เล็กอยู่แล้ว ก็จะเกิดอาการอุดตัน หรือมีพื้นที่ว่างเหลือน้อยกว่าปกติ แนวทางในการแก้ไขและข้อควรจะระวัง น่าจะมีดังต่อไปนี้1. หากเป็นท่อระบายน้ำระบบมีฝาเปิดตลอดแนว ก็เปิดฝาแล้วตักไอ้เจ้าดินโคลนเศษขยะนั้นออก2. หากเป็นท่อระบบไม่มีฝาเปิดตลอด ก็เอาไม้ยาวๆ ควานดู (แบบที่เขาขุดลอกท่อระบายน้ำของ กทม. นั่นแหละครับ) หากทำไม่ได้ทำไม่เป็น ทำไม่ไหว ขี้เกียจทำ ก็ ไปจ้างคนอื่นเขาทำ แต่ขอร้องเถอะครับอย่าเอาตัวมุดลงไปในท่อแล้วทำเอง เพราะอาจไม่ได้กลับออกมา3. อย่าพยายามใช้น้ำฉีด เพราะจะเปลืองน้ำมากและยังคงทำความสะอาดท่อลำบาก แถมยังทำบาปกับคนอื่นเขา เพราะเจ้าเศษโคลนทั้งหลายจะระบายลงสู่ท่อ สาธารณะ ทำให้ท่อของหลวงท่านอุดตันตื้นเขิน อันเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้น้ำท่วมบ้าน ท่วมเมือง เนื่องจากระบายน้ำไม่ได้ อย่างที่น่าจะเป็น4. เมื่อทำการกวาดล้างเสร็จแล้ว ลองตรวจสอบอีกครั้ง ดูว่าระดับน้ำในท่อระบายน้ำเรานั้นไหลไปทางไหน ขอให้แน่ใจว่า จะไหลออกจากบ้านเราสู่ท่อสาธารณะ หากยังไหลกลับทางกัน กรุณากลับไปอ่านข้อที่หนึ่งใหม่5. หากหน้าบ้านท่านไม่มีท่อระบายน้ำสาธารณะ ก็ให้ตรวจสอบว่าน้ำไหลไปทางไหน ระบายออกทางไหน และให้ถือว่า จุดที่น้ำระบายออกจากบ้านเราเป็นทางสาธารณะไปก่อน (หวังว่าบ้านท่านคงจะไม่ระบายน้ำ สะเปะสะปะ ผิดกฎหมายนะครับ)3. รั้ว คอนกรีต ทนแี่ข็งแรงของผมต้องตรวจดอะไรหลังน้ำลดไหมน้ำคือองค์ประกอบที่สำคัญที่สุดของธรรมชาติ และธรรมชาติเป็นสิ่งที่ยิ่งใหญ่ เกินกว่าที่มนุษย์จะไปท้าทายแข่งขัน รั้วคอนกรีตของท่าน คงจะไม่สามารถฝืนกฎนี้ได้ปัญหาที่อาจจะเกิดกับรั้วของท่านก็เป็นเรื่องจากยามน้ำท่วมดินที่ฐานรั้วท่านอาจจะอ่อนตัวลง ความสามารถในการรับน้ำหนักอาจจะน้อยลง หรือระดับที่ดินในบ้านกับนอกบ้านท่านมีระดับแตกต่างกันยามเมื่อน้ำที่ท่วมลดลง อาจจะเกิดแรงดูด ทำให้รั้วของท่านเอียงไปก็ได้ หรือในขณะที่น้ำท่วมรั้วของท่าน อาจต้องทำหน้าที่เป็น เขื่อนที่ต้องรับน้ำหนักน้ำเป็นอย่างมาก ความสามารถในการรับน้ำหนักอาจคลาก ความแข็งแรงลดลงไปได้ ดังนั้น เพื่อความมั่นใจกรุณาตรวจสอบ และหาแนวทางแก้ไขดังนี้1. ใช้สายตาของท่านเล็งดูว่ารั้วของท่านยังตั้งฉากอยู่ดีหรือไม่หากมีการเอียงเล็กน้อยก็เอาไม้ค้ำยันด้านที่เอียงออกเอาไว้ก่อนมีสตางค์เมื่อไรก็รีบซ่อมทันที2. หากตรวจสอบแล้วปรากฏว่ารั้วของท่านเอียงมาก เอียงจนแนวออกหรือจะออกนอกแนวศูนย์ถ่วง (C.G.) ต้องรีบซ่อมแซมทันที(โดยช่างก่อสร้างที่พอจะมีความรอบรู้) หากยังไม่มีงบประมาณก็ต้องค้ำยันไว้ อย่างแน่นหนามากๆ เพราะน้ำหนักรั้วที่แข็งแรงของท่านนั้นหนักมาก (ไม่เชื่อลองไปนอนให้รั้วพังทับดูก็ได้ไม่ว่ากัน)3. หากรั้วของท่านมีคานคอดิน (คานตัวล่างสุดที่อยู่ใกล้ระดับดิน)รับน้ำหนักรั้วอยู่ พอน้ำลดลง น้ำอาจพาดินใต้คานคอดินของท่านออกไปด้วย ก็จะเกิดรูโพรงใต้คานรั้วของท่าน อันอาจเป็นเหตุให้สัตว์ต่างๆ เดิน - วิ่ง - มุด - เลื้อย เข้าไปในบ้านของท่านได้ หรือไม่ก็ทำให้ดินของท่านไหลออกจากบ้านสู่ทางสาธารณะไปเรื่อยๆ ภายหลัง(อันทำให้ดินของท่านหมดสนาม และถนนสาธารณะต้องสกปรก) ก็ขอให้เติมดินอัดกลับเข้าไปให้คงเดิม4. นอกจากจะตรวจดูที่รั้วบ้านแล้ว ท่านน่าจะต้องตรวจดูที่ประตูรั้วท่านด้วย เพราะประตูส่วนใหญ่จะทำด้วยเหล็ก หรือไม้ (พวกอัลลอยด์ไม่ค่อยเป็นอะไร ยกเว้นบริเวณบานพับหรือกลอนที่อาจจะทำด้วยเหล็ก) อาจมีอาการผุกร่อนได้ ทำให้บานประตูไม่สามารถปิดได้เหมือนเดิม หรืออาจจะหลุดออกมาทั้งบาน !!! ทำการผูกรัดให้แข็งแรงเสีย มีเงินเมื่อไร อย่าลืมควักออกมาซ่อมแซมก็แล้วกัน4. ช่วยด้วย ต้นไม้บ้านหนู เขากำลังจะตายกันหมดน้ำท่วมคราวนี้คร่าชีวิตต้นไม้ไปมากมาย ทั้งพืชทางเศรษฐกิจและพืชที่เราปลูกกันไว้ในบ้าน หากบ้านใดน้ำท่วมเป็นเวลานานต้นไม้ต้นหญ้าขนาดเล็กจะต้องตายหมดแน่นอน แนวทางการแก้ไขก็คือ ต้องเริ่มต้นปลูกกันใหม่ (ต้นไม้เขาตายไปแล้ว เรามิใช่เทวดาที่จะเรียกให้เขาฟื้นคืนชีพขึ้นมาได้) แต่ต้นไม้บางต้นที่ยังไม่ถึงที่แต่ก็กำลังจะถึงที่ตาย มีแนวทางที่เราจะช่วยเหลือเยียวยาเขาได้ ลองทำดังนี้ดูนะครับคุณหนู1. อย่าให้ปุ๋ยเด็ดขาด (ทั้งปุ๋ยวิทยาศาสตร์ ปุ๋ยธรรมชาติ หรือปุ๋ยนางงามจักรวาล) เพราะน้ำท่วมทำให้รากต้นไม้ อ่อนแอ เขาต้องการเวลาพักฟื้นตัว ไม่ใช่ต้องการปุ๋ย(อย่างคนอาการโคม่า ย่อมไม่ต้องการรับประทาน สเต๊ก เนื้อสัน ฉันนั้น)2. ขุดหลุมเล็กขนาดลึกสัก 50 ซม. ถึง 1 เมตร ไว้ข้างๆ ต้นไม้นั้นเพื่อให้น้ำที่ขังอยู่บริเวณรากไม้ไหลลงสู่หลุมที่เราขุด เป็นการช่วยอาการรากสำลักน้ำได้ แล้วก็คอยเอาเครื่องดูดน้ำเล็กๆ (ภาษาชาวบ้านเรียกเจ้าเครื่องนี้ว่า ไดรโว่ ราคาประมาณสองถึงสามพันบาท)คอยสูบน้ำออก แต่หากไม่มีกะตัง จะซื้อเครื่องสูบน้ำนี้ ก็ต้องออกแรงขุดหลุมกว้างหน่อย (อย่ากว้างมาก จนต้นไม้เขาล้ม) แล้วใช้ขันหรือถังค่อยๆ เอื้อมมือตักน้ำออก3. หากเห็นว่า รากต้นไม้ไม่แข็งแรงเพียงพอที่จะยึดลำต้นเอาไว้กรุณาอย่าอัดดินลงไปให้แน่นเป็นอันขาด ต้นไม้เขาจะรีบๆ ตายทันทีให้ใช้วิธีดามหรือค้ำยันลำต้นเอาไว้แทน รอจนรากเขาแข็งแรงเหมือนเดิม แล้วจึงเอาไม้ดามไม้ค้ำยันออก4. ขอให้หนูโชคดีในการรักษาต้นไม้เอาไว้ หากโชคร้ายเขาต้องตายจากไป กรุณาปลูกขึ้นมาใหม่ เพราะต้นไม้หนึ่งต้น ขนาดต้นมะม่วงบ้านเรา จะถ่ายเทความร้อนได้เท่ากับเครื่องปรับอากาศ 1 ตัน แถมยังมีร่มเงาให้เราอีก ผลิตอากาศบริสุทธิ์ให้เราใช้ กรองเสียงและกรองฝุ่นออกจากตัวบ้านเรา เราจะได้ใช้ไฟฟ้าให้น้อยลง ประเทศเราจะได้ไม่ต้องตัดไม้ทำลายป่าสร้างเขื่อน และน้ำก็จะท่วมประเทศไทยน้อยลง เราก็จะลำบากน้อยลง5. ปาร์เกต์บ้านดิฉัน กลายเป็นปลาลอยน้ำ น่าปาทิ้งมั้ยคะ ?ก่อนอื่นต้องขอภาวนาว่าพื้นปาร์เกต์ที่บ้านคุณนั้น เป็นปาร์เกต์พื้นชั้นล่าง ไม่ใช่ปาร์เกต์พื้นชั้นบน แต่ที่ว่าน่าจะปาทิ้งหรือไม่นั้น ผมขออนุญาตเล่าและอธิบายดังนี้1.ปาร์เกต์เป็นไม้ซึ่งอยู่ได้ด้วยกาว ดังนั้น พื้นปาร์เกต์จึงเป็นพื้นที่อ่อนแอกับอาการน้ำท่วมอย่างยิ่ง เพราะทั้งไม้ก็จะบวมขึ้นมา กาวก็จะหลุดล่อน ดังนั้น เมื่อน้ำท่วมพื้นปาร์เกต์ก็ต้องมีปัญหาแน่นอน อย่าไปโทษช่างทำปาร์เกต์ หรืออย่าไปคิดอะไรมาก2. หากน้ำท่วมสัก 5-7 วัน นอกจากปาร์เกต์จะหลุดล่อนลอยน้ำปูดโปนขึ้นมาแล้ว ยังจะมีอาการ บูดเน่า ให้เกิดกลิ่นเหม็น และอาจเป็นอันตราย น้อยๆ หากต้องสูดดมอยู่ตลอดทั้งวันทั้งคืน3. หากปาร์เกต์เปียกน้ำสักเล็กน้อย ไม่ถึงกับหลุดล่อนปูดโปนไม่ต้องทำอะไรมาก เช็ดทำความสะอาด แล้วปล่อยทิ้งไว้ เปิดหน้าต่างประตูให้อากาศถ่ายเทความชื้นออกไป ไม่กี่วันปาร์เกต์ก็อาจเข้ารูปเดิมปกติได้ แต่มีข้อที่น่าคิดก็คือ อย่าเอาน้ำมัน หรือแลคเกอร์ หรือแว็กซ์ ไปทาทับตอนที่ปาร์เกต์ยังชื้นอยู่ เพราะสารเหล่านั้นจะไปเคลือบผิวไม้ ทำให้ความชื้นในเนื้อไม้ (และเนื้อพื้นคอนกรีตใต้ปาร์เกต์) ไม่ระเหยออกมา4. หากปาร์เกต์มีอาการหนัก บิดงอ ปูดโปน เบี้ยวบูด ผุกร่อน เหม็นเน่า กรุณาอย่าเสียดาย กรุณาเลาะออกมา หากเลาะออกมาแล้วยังอยู่ในสภาพดี ก็ผึ่งลมเอาไว้ให้แห้ง เผื่ออาจมีประโยชน์ในวันหลัง5. หากเลาะพื้นปาร์เกต์ออกมีข้อคิดว่า หากจะปูอะไรทับแทนก็ต้องระวังเรื่องน้ำหนักของวัสดุที่จะปูแทนนั้น ว่าหนักมากไหม หากหนักมาก ก็ต้องดูระบบโครงสร้างบ้านเราด้วยว่ามีความแข็งแรงไหม (ถามช่างผู้รู้ให้ช่วยดูก็ได้) เพราะปาร์เกต์นั้น เป็นไม้น้ำหนักเบา พื้นที่หนึ่งตารางเมตรอาจจะหนักเพียง 5 กิโลกรัม แต่พื้นหินอ่อน หรือแกรนิตน้ำหนักรวมปูนทรายที่ใช้ปู หนึ่งตารางเมตรอาจหนักตั้ง 120 กิโลกรัม6. หากจะปูปาร์เกต์เช่นเดิม (เพราะชอบความเป็นไม้ที่ให้ความนุ่มนวล) หรือปูวัสดุอื่นที่ใช้ กาว เป็นตัวประสาน กรุณาอย่าปูทับลงทันที ต้องรอให้พื้นคอนกรีตแห้งก่อน (อาจใช้เวลาเป็นเดือน) แล้วจึงปูลงไปได้ ไม่เช่นนั้น รับรองว่าปูเท่าไรลงไป ก็ล่อนออกมาเท่านั้น6. ปลั๊กไฟบ้านผม น้ำท่วมไม่เป็นไร น้ำลดจะเป็นไรมั้ย ?แม้คำถามของคุณออกจะกวนกวนอยู่บ้าง แต่เราก็พยายามเข้าใจและเห็นใจ ว่าในขณะที่น้ำท่วมนั้น ท่านปิดวงจรไฟฟ้าทั้งบ้าน(ภาษาชาวบ้านเรียกว่า ปิดคัทเอ๊าท์) น้ำท่วมก็คงไม่เป็นไรอยู่แล้วเพราะไม่มีกระแสไฟฟ้าเดิน แต่พอน้ำลด อยากจะเปิดไฟใช้ คงหวั่นเกรงเหมือนกันว่าจะเป็นอย่างไร เอาละครับ ผมขอสรุปแนวทางดังนี้ดีกว่า1. ลองเปิดคัทเอ๊าท์ให้มีกระแสไฟฟ้าเข้ามา (อย่าลืมต้องมีฟิวส์ที่คัทเอ๊าท์เสมอ) หากปลั๊กหรือจุดใดจุดหนึ่งยังชื้น หรือเปียกอยู่คัทเอ๊าท์จะตัดไฟ และฟิวส์จะขาด ลองเปลี่ยนฟิวส์แล้วทิ้งไว้สัก 1 วันให้ความชื้นระเหยออกไปบ้าง แล้วดำเนินการใหม่ หากคัทเอ๊าท์ยังตัดไฟเหมือนเดิม กรุณาตามช่างไฟฟ้า ผู้รู้เรื่องมาแก้ไข(เสียเงินบ้างก็เป็นเรื่องจำเป็น) ดีกว่าเอาชีวิตเสี่ยงต่อไป2. หากผ่านข้อที่ 1 ลองทดสอบเปิดไฟฟ้าทีละจุด และทดสอบกระแสไฟฟ้า ในปลั๊กแต่ละอันว่ามีไฟฟ้ามาปกติหรือไม่ (อาจหาซื้ออุปกรณ์ตรวจกระแสไฟฟ้าขนาดเล็กจากห้างไฟฟ้าทั่วไป รูปร่างหน้าตาคล้ายไขควง มาเสียบทดสอบดูก็จะสะดวกดี) หากทุกจุดทำงานปกติก็ถือว่าสบายใจได้ไปอีกระดับหนึ่ง หากมีปัญหาบางจุด ก็อาจรอสักนิดให้ความชื้นระเหยออกเช่นข้อแรก (แต่หากพอมีเงิน กรุณาอย่าเสี่ยงเลยครับ)3. ดับไฟทุกจุดในบ้าน ปลดเครื่องใช้ไฟฟ้าออกทั้งหมด แต่ยังคงเปิดคัทเอ๊าท์เอาไว้ แล้ววิ่งไปดูมิเตอร์ไฟฟ้าหน้าบ้านว่าเคลื่อนไหวหรือไม่ (อาจต้องรอสักพักโดยการจดตัวเลข หรือใช้โทรศัพท์ถ่ายรูปไว้)หากไม่เคลื่อนไหว แสดงว่าไฟฟ้าในบ้านเราไม่น่าจะรั่ว แต่หากมิเตอร์หมุนแสดงว่า ท่านยังปิดการใช้ไฟฟ้าในบ้านท่านไม่หมด หรือไฟฟ้าตามสาย ตามท่อ ตามจุดบางจุดในบ้านท่านอาจจะรั่วได้ รีบตามช่างไฟมาดูแล4. เรื่องไฟฟ้านี้เป็นเรื่องของผู้ใหญ่ ไม่ใช่เรื่องของเด็ก เป็นเรื่องของคนขี้ขลาด ไม่ใช่เรื่องของผู้กล้าหาญ ดังนั้นกรุณาอย่าประมาท น้ำท่วมก็เสียหายมากพอแล้ว อย่าต้องมาจัดงานอัปมงคลตามหลังกันอีกเลย ซีเรียสนะครับ !7. น้ำลดแล้ว ประสาทเสียมาก พอมีกะตัง ทำยังไงกับ ระบบไฟฟ้าดีถือว่าคุณเป็นคนหนึ่งที่ยังนับว่าโชคดีกว่าประชาชนอีกมากในประเทศไทยอันเป็นที่รักยิ่งของพวกเรา เพราะระบบไฟฟ้า เป็นสิ่งจำเป็นกับการดำรงชีพ แต่มีอันตรายสูง และเข้าใจยาก ตรวจสอบยาก เพราะเราไม่สามารถเห็น ตัวกระแสไฟฟ้า ได้เลย หากคุณพอจะมีงบประมาณในการปรับเปลี่ยนระบบไฟฟ้าในบ้านหลังน้ำท่วม เราขอแนะนำดังต่อไปนี้1. หากมีงบประมาณน้อย ตัดปลั๊กไฟที่อยู่ระดับต่ำๆ ในบ้านออกให้หมด (อาจจะตัดทิ้งเลย หรือจะเลื่อนตำแหน่งปลั๊กนั้นขึ้นไปอยู่สูงกว่าพื้นห้องสักระดับ 1.10 เมตร ก็ได้)2. หากพอจะมีงบประมาณบ้าง ให้แยกวงจรไฟฟ้าออกเป็น 2 วงจรคือ วงจรที่อยู่ด้านล่าง (ที่ซึ่งน้ำอาจจะท่วมได้) และวงจรที่อยู่สูงๆ (ที่น้ำไม่อาจท่วมถึง)3. หากมีงบประมาณหนักขึ้นไปอีก แยกวงจรไฟฟ้าออกเป็น 4 วงจร วงจรแรกสำหรับปลั๊กด้านล่าง (ยามน้ำท่วม) วงจรที่สอง เป็น วงจรสำหรับจุดที่ใช้ไฟฟ้าทั่วๆ ไป (ที่น้ำไม่ท่วม) จุดที่สาม สำหรับเครื่องปรับอากาศ (หากมี) เพื่อกันอาการไฟกระตุกเมื่อเครื่องปรับอากาศทำงาน จุดสุดท้ายเอาไว้ในครัว เพื่อยามออกจากบ้านนานๆ อยากปิดคัทเอ๊าท์ จะได้ไม่ต้องปิดหมด เพราะปิดหมดเจ้าตู้เย็นในครัวก็จะหยุดทำงาน อาหารในครัวก็เน่าเสียหมด หรือยามเราไม่อยู่บ้าน อาจปล่อยทั้งกิจกรรม การใช้ไฟฟ้า ไว้เพียงในครัวเท่านั้น4. หากมีงบประมาณมากขึ้นไปอีก แยกวงจรให้มากเข้าไปอีกก็ได้อาจแยกเป็นวงจรชั้นบน วงจรชั้นล่าง วงจรนอกบ้าน ฯลฯ (โดยยังยึดถือวงจรตามข้อ 3 อยู่) แต่หากจะแยกวงจรมากๆ ดังนี้ และมีงบประมาณมากตามที่บอก น่าจะว่าจ้างวิศวกรไฟฟ้าเข้ามาคำนวณจะประหยัด และปลอดภัยกว่าปล. ขอแถมนอกเรื่องน้ำท่วมนิดเดียวครับว่า อย่าเดินสายไฟกับสายสัญญาณต่างๆ เช่น โทรศัพท์ ทีวี ฯลฯ รวมไว้ด้วยกัน เพราะสายไฟจะมีคลื่นแม่เหล็กไปรบกวนสัญญาณ ทำให้การรับสัญญาณไม่ชัดเจน8. งูเูงี้ยว เขี้ยว ขอตะกวดแย้ มังกรกิ้ง กือ หนีน้ำมาอยู่เู่ต็ม บ้า้นเลยกรณีมีสัตว์ที่เราไม่พึงประสงค์เข้ามาอยู่ในบ้านของเรา คงจะต้องค่อยๆ แยกประเภทสัตว์ต่างๆ ออกเป็นประเภทเสียก่อน เพราะสัตว์เหล่านั้นไม่มีสูตรสำเร็จที่จะจัดการให้หมดไปได้ด้วยวิธีเดียวกันซึ่งอาจจะแยกเป็นประเภทและการดำเนินการได้ดังนี้1. สัตว์เลื้อยคลานที่มีขนาดใหญ่พอควร ทั้งที่มีพิษและไม่มีพิษ เช่น งู ตะกวด จระเข้ ฯลฯ อะไรทำนองนี้ อย่าพยายามไปจับหรือจัดการเอง ทำการป้องกันบ้าน และป้องกันตัวไม่ให้พวกเขามาทำอันตรายเรา (เราในที่นี้หมายถึงสัตว์เลี้ยงแสนรักของเราด้วยนะครับ)ให้ติดต่อหน่วยราชการอาสา มาจัดการสัตว์ร้ายเหล่านี้2. สัตว์เลื้อยคลานขนาดเล็กที่ไม่มีพิษ เช่น กิ้งกือ ไส้เดือนกิ้งก่า จิ้งเหลน ฯลฯ ก็ปล่อยเขาไว้ได้ บางท่านอาจจะรังเกียจ แต่ก็ทนนิดๆไว้ก่อน เอาเขาไปปล่อยในที่ที่สมควรปล่อย (ไม่รบกวนใคร) ก็ได้ หรืออาจจะปล่อยเขาเอาไว้เฉยๆ ก็ได้ ไม่นานเมื่อทุกอย่างเรียบร้อยเขาก็จะหายไปเอง แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น หากเขาเข้ามาในตัวบ้านเราโดยผ่าน ทาง รู ต่างๆ ในบ้านเรา ก็ต้องจัดการเอาเขาออกไปนะครับ3. แมลงต่างๆ ตั้งแต่ยุง แมงมุม ฯลฯ หรือแม้แต่มด ต้องไม่ให้เข้ามาในบ้านเรา ต้องพยายามปิดประตูหน้าต่าง ปิดรู ให้ดีเท่าที่จะทำได้ และคงต้องจัดการให้หมดไปตามปกติธุระ4. แมลงพิเศษ ปลวก ตอนนี้เขาคงยังไม่มา แต่อาจจะมาในอนาคตได้ ตอนนี้ยังไม่ต้องจัดการอะไร แต่พึงระวังไว้ว่า เมื่อน้ำลดไปไม่นาน จะต้องมีการป้องกันปลวกให้ดี เพราะโอกาสที่เขาจะมามีมากพอควรเลยครับ5. สัตว์เลี้ยง หรือสัตว์ที่ไม่เป็นอันตรายที่หลงทางมา เช่น สุนัขแมว หรือแม้กระทั่งม้า ก็น่าจะดูแลเขาในระยะแรกก่อน เพราะชีวิตเขาก็คงลำบากอยู่เหมือนกันในขณะน้ำท่วม แล้วหลังจากนั้นค่อยพิจารณาว่าเราจะต้องทำอย่างไรต่อไป (เช่น หาเจ้าของเดิม หาเจ้าของใหม่ ฯลฯ) อย่าเพิ่งไล่เขาออกไปไหนเลย ถือว่าทำบุญสร้างบุญกันครับ9. ส้วมเหม็น ส้วมเต็ม ส้วมราดไม่ลง ส้วม ส้วม ส้วม ส้วมหลังน้ำท่วม นอกจากปัญหาใกล้ตัวเรื่องระบบไฟฟ้า และวัสดุปูพื้นที่ถูกน้ำท่วมจะเป็นปัญหาที่พบเห็นเสมอแล้ว เรื่องส้วมๆดูจะเป็นปัญหาที่ใหญ่กว่าและหนักหนากว่ามาก เพราะเราไม่มีที่จะถ่ายทุกข์ ทุกข์เลยบรรจุ อยู่เต็มตัวเรา พอเราถ่ายทุกข์ออกมาหน่อยทุกข์นั้นดันไม่ย่อยสลาย บ้านเราก็เลยมีทุกข์ ลอยตุ๊บป่องตุ๊บป่องเต็มไปหมดเมื่อน้ำลดแล้ว ส้วมของบางท่านอาจจะยังคงมีปัญหาอยู่บ้างอาจจะเป็นปัญหาดั้งเดิม บ้างก็เป็นปัญหาเกิดใหม่ บ้างก็จะสอดประสานกลมเกลียวกัน ทั้งปัญหาเก่าและปัญหาใหม่ ผมใคร่ขอสรุปรวมความ ปัญหาแห่งส้วม ออกเป็นข้อย่อยๆ ได้ 8 ประการ (ทั้งปัญหาเก่าและปัญหาใหม่) ดังต่อไปนี้1. หากส้วมของท่านเป็นระบบบ่อเกรอะ-บ่อซึม (หมายถึงเมื่อของเสียย่อยสลายแล้ว จะซึมผ่านสู่พื้นดิน ระบบนี้เป็นระบบที่นิยมกันทั่วประเทศเป็นเวลานาน) แล้ว บ่อซึมของท่านวางอยู่ในบริเวณที่พื้นดินชุ่มฉ่ำ (อาจจะเพราะน้ำท่วมก็ได้) สิ่งที่เกิดก็คือบ่อซึม ไม่ยอมซึมน้ำออก (แถมยามน้ำท่วม นอกจากน้ำจะไม่ไหลออกจากบ่อซึม น้ำที่ท่วมจะไหลย้อนเข้ามาในบ่อ และระบบย่อยสลายอีกด้วย) ปัญหาที่ตามมาก็คืออาการ ตุ๊บป่อง ราดส้วมไม่ลง ใช้ส้วมไม่ได้ ส้วมจะเต็มบ่อยนั่นเอง แก้ไขได้ 2 ประการคือ หากพื้นดินชุ่มฉ่ำ เพราะน้ำท่วมก็ขอให้รอสักนิด ให้พื้นดินแห้งสักหน่อย แต่หากพื้นดินชุ่มฉ่ำชื้นตามธรรมชาติของพื้นที่ ก็กรุณาเปลี่ยนระบบ มาใช้เป็นระบบเครื่องกลสำหรับย่อยสลาย (ภาษาชาวบ้านเรียกว่า ถังส้วมสำเร็จ) ซึ่งจะทำหน้าที่ ย่อยสลายปฏิกูลต่างๆ จนเป็นน้ำสะอาด แล้วก็ปล่อยลงท่อระบายน้ำสาธารณะได้โดยไม่ผิดกฎหมาย2. หากโถส้วมอยู่ระดับต่ำกว่าหรือใกล้เคียงกับระดับบ่อเกรอะหรือถังส้วมสำเร็จรูป ทำให้ระนาบของท่อส้วมไหลไม่สะดวก หรือบางครั้งอาจจะมีอาการ ไหลย้อนกลับ (โดยเฉพาะอย่างยิ่งยามน้ำท่วม ทำให้ระดับน้ำ ณ ถังส้วม อาจสูงกว่าระดับโถส้วม) ทำให้เกิดอาการราดไม่ลง หรือตอนกดน้ำ ราดน้ำที่โถส้วม ทำให้ในโถส้วมมีแรงดันสูงมากขึ้น หากน้ำไม่สามารถไหลลงไปได้ ก็จะเกิดอาการแรงดันย้อนกลับ ทุกข์ทั้งหลายของเราจะกระฉอกขึ้นเปรอะเปื้อนได้3. อาจเกิดเพราะท่อส้วมแตกและอาจไปฝัง (หรือเกือบจะฝังในพื้นดิน) ทำให้เกิดกลิ่นเหม็น และราดส้วมไม่ลง หรือบางครั้งเกิดอาการที่ตัดสินใจยาก เพราะบางครั้งราดลง บางครั้งราดไม่ลง เพราะไปเกี่ยวข้องกับสภาพแวดล้อมอย่างมาก หากกรณีนี้เกิดขึ้นในขณะน้ำท่วมยิ่งตัดสินใจยาก เพราะวันไหนทุกข์ของเรามีน้ำหนักมากวันนั้นก็อาจจะราดไล่ลงไปได้ วันไหนทุกข์ของเรามีมวลน้อย มีน้ำหนักน้อยทั้งเสือกไสไล่ราดเท่าไรก็ดื้อ ไม่ยอมลงสักที4. บางท่านอาจจะลืมใส่ท่ออากาศให้ส้วมหายใจ เวลาราดน้ำจะราดไม่ลง (เหมือนกับพยายาม กรอกน้ำใส่ขวด โดยไม่มีช่องอากาศเหลือเลยที่ปากขวด จะกรอกน้ำไม่ลง) บางบ้านอาจจะมีท่ออากาศแต่ท่ออากาศอาจอุดตันได้ ไม่ว่าจะเกิดจากความสกปรก หรือเกิดจากเศษผงเล็กลอยมาอุดตอนที่น้ำท่วมก็ได้5. ขนาดของบ่อเกรอะบ่อซึม หรือถังบำบัดสำเร็จขนาดเล็กเกินไป หลายครั้งพบปัญหา เพราะใช้อาคารผิดประเภท เช่น ออกแบบไว้ให้มีคนในบ้าน 5 คน แต่พอใช้จริง ใช้เข้าไปตั้ง 8-9 คน ปริมาณทุกข์ต่างๆ จึงมากกว่า ที่เคยคำนวณเอาไว้แต่แรก ถังส้วมจะเต็มบ่อยเต็มเร็ว เพราะมีช่องว่างน้อย ถ้าเป็นระบบบ่อซึม ก็มีพื้นผิวการซึมน้ำออกน้อย น้ำจึงซึมออกไม่ทัน6. ท่านอาจใส่สิ่งของที่ไม่น่าจะใส่ลงในโถส้วม หรือสิ่งของบางอย่างอาจจะลอยมากับน้ำท่วม เช่น แผ่นผ้าอนามัย ถุงยางอนามัยถุงมืออนามัย หรือ แปรงขัดส้วมอนามัย เป็นต้น สิ่งเหล่านี้จะไม่ย่อยสลาย และเป็นสาเหตุแห่งการอุดตัน 7. ถังบำบัดสำเร็จบางรุ่นบางยี่ห้อ ต้องใช้เครื่องมือกลเข้าปั่นอากาศเข้าไปช่วยการย่อยสลาย ซึ่งอุปกรณ์เหล่านี้ ต้องใช้กระแสไฟฟ้าเป็นตัวหมุนมอเตอร์ ในขณะที่น้ำท่วม ท่านอาจจะปิดไฟฟ้าไว้ ดังนั้น หากจะถ่ายทุกข์ อย่างมีความสุข อย่าลืมเสียบปลั๊กไฟฟ้ากลับเข้าที่เดิมนะขอรับ (เขาเรียกว่าเส้นผมบังส้วม)8. ถังบำบัดสำเร็จทุกยี่ห้อ จะต้องมีท่อให้น้ำไหล ออกจากถังบำบัดสู่ท่อระบายน้ำในบ้านเรา หรือสู่ท่อสาธารณะ จะต้องตรวจเช็คว่าระดับของท่อที่ออกจากถังบำบัด ว่าต้องสูงกว่าระดับท่อระบายน้ำเสมอ มิเช่นนั้น จะเกิดอาการไหลย้อนกลับอีกแล้ว10. ผมต้องตรวจสอบอะไรเกี่ยวกับระบบประปาบ้างระบบประปาเป็นระบบที่เหมือนกับไม่มีปัญหา เพราะเหตุเกิดจากน้ำท่วม แต่หากมองข้ามไป อาจทำให้คุณสูญเสียชีวิตอันเป็นที่รักยิ่งไปได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งบ้านที่มีระบบประปา ที่ค่อนข้างสมบูรณ์แบบ ขอแนะนำการตรวจสอบดังต่อไปนี้ 1. คุณมีบ่อน้ำใต้ดิน หรือถังเก็บพักน้ำที่อยู่ในระดับที่น้ำท่วมถึงหรือไม่ หากคุณมี ก็ขอให้นึกเสมอว่า น้ำที่ท่วมถึงนั้น มิได้สะอาดเหมือนน้ำประปา (กรุณาอย่าฉุนเฉียว กลับว่าน้ำประปาบ้านเรานั้นแสนจะไม่สะอาด) ขอให้ทำการล้างถังน้ำ ที่น้ำท่วมถึงให้สะอาดทั้งภายนอกภายใน (หากเป็นบ่อใต้ดิน ล้างเฉพาะภายในถัง ภายนอกคงไม่ต้องล้างกระมังครับ) อย่าเสียดายแรงงาน หรือเสียดายน้ำเลยนะครับ2. บ้านที่มีระบบปั๊มน้ำ กรุณาตรวจสอบอุปกรณ์ปั๊ม รวมถึงถังอัดลมว่าอยู่ในสภาพที่ใช้การได้ดี การตรวจสอบขั้นต้น อาจจะตรวจสอบจากเสียงเครื่องจักรทำงาน ว่าผิดปกติหรือไม่ ตรวจสอบแรงดันน้ำ ว่าเหมือนกับสมัยที่น้ำไม่ท่วมหรือไม่ ตรวจสอบถังลมว่า สามารถเก็บแรงอัดได้ดี และยาวนานตามที่น่าจะเป็นหรือไม่ หากมีสิ่งผิดปกติ อาจจะต้องปรับ - ถ่ายระดับน้ำ ระดับแรงดัน ในหม้อลม อีกทั้งน่าจะตรวจสอบดูว่า มีเศษผงที่ลอยมากับน้ำท่วม ติดอยู่หรือเปล่า3. หากกรณีที่ปั๊มน้ำถูกน้ำท่วม ไม่น่าจะใช้การต่อไปโดยทันที เพราะจะมีอันตรายจากความชื้น ในตัวมอเตอร์ที่อาจยังสะสมอยู่ น่าจะไปหาช่างมาตรวจสอบ ทำให้แห้งเสียก่อน ถ้าช่างยังไม่ยอมมา และคุณพอรู้เรื่องเครื่องจักรกลบ้าง ก็ถอดเอาไปให้เขาตรวจเช็ค(กรุณาอย่าเอาไปตากแดด แล้วคิดไปเองว่า ความชื้นหมดแล้ว เป็นอะไรขึ้นมา ยามร้ายเมื่อหนีน้ำท่วมทัน แต่ไฟกลับไหม้บ้านหมดครับ)
อ่านต่อ...ข้อ. 11-21 คลิ๊ก
บัญญัติ 20 ประการ เตรียมบ้านก่อนน้ำท่วม
ทำไมเมืองไทยถึงน้ำท่วม
หน่วยงานต่างๆ
กรมสรรพากร
สถาบันคุ้มครองเงินฝาก
เว็บน่าสนใจ
บ.ธนารักษ์พัฒนาสินทรัพย์
Link
copyright 2006 by baannut.com จำนอง ขายฝาก จำนองบ้าน รับจำนองรับขายฝากบ้าน ขายฝากที่ดิน รับซื้อบ้าน รับซื้อที่ดิน รับไถ่ถอนบ้าน รับจำนองบ้านที่ดิน จำนองขายฝาก รับเงินสดทันทีใน1วัน ผ่านนายทุนโดยตรง ยินดีให้คำปรึกษาฟรี โทร.08-1909-4875 ณัฐ
บริการรับขายฝาก จำนองบ้าน จำนองที่ดิน รับจำนองรับขายฝากบ้าน ขายฝากที่ดิน รับซื้อบ้าน รับซื้อที่ดิน รับไถ่ถอนบ้าน รับจำนองบ้านที่ดิน จำนองขายฝาก รับซื้อฝาก รับจัดสินเชื่อบ้าน รับปรึกษาเรื่องกู้ซื้อบ้าน ยินดีให้คำปรึกษาฟรีโทร.08-6378-2116